2006/May/05

ก่อนที่คุณจะตัดสินอะไรไปหลังจากอ่านเรื่องนี้

ขอให้คุณคิดก่อนว่าถ้าคุณเป็นเด็กน้อยที่หวาดกลัวคนนั้นล่ะ

แต่คุณคงไม่โง่เหมือนเราหรอก...จริงมั้ย

อย่างที่บอกเมื่อวานไปสัมภาษณ์งานมา แล้วก็ขอไปเริ่มวันจันทร์แล้วกัน

(เค้าถามว่าเริ่มวันนี้ได้เลยมั้ย) จริงๆแล้วงานนี้โทรมาปุ๊บ ก็ให้สัมภาษณ์วันรุ่งขึ้นเลย

แล้วจะให้เริ่มงานเลย สมองเล็กๆของเราจึงรู้สึกตั้งรับไม่ทันจริงๆ

...

...

แต่พอได้กินข้าวอิ่มๆแล้ว ฟันเฟืองเล็กๆในสมองเล็กๆก็เริ่มจะหมุน

เมื่อคืนเลยคิดไปคิดมาครึ่งคืนตามประสาคนนอนยาก มักจะมีเรื่องกวนใจ

ให้คิดเวลาหัวจะถึงหมอนเนี่ยหละ

...

...

อย่างแรกคือ ความรู้สึกของเซ้นส์ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์

จริงๆก็ตั้งแต่แรกเปิดประตูเข้าไป

คำถามนึงหลังจากที่พี่เค้านั่งพูดอะไรให้ฟังไปซักพัก(พี่ไหน?พูดอะไร? อ่านได้ที่บลอคที่แล้วค่ะ)

คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจตอนที่นังฟัง

"กูมาทำอะไรที่นี่วะ" ความรู้สึกว่า ไม่ใช่

พอได้ลองหยิบๆจับๆงานดูวันนั้น มันก็เป็นงานที่เราก็ทำได้แหละ

และก็คงไม่ลำบากใจที่จะทำ

แต่ว่าพอลองมาคิดดู

เงินเดือนที่บอกไปตอนแรก กับที่พึ่งรู้ว่าต้องทำงานวันเสาร์ด้วย

แล้วก็พอคิดตัวเลขที่บ้านหักประกันสังคม หักภาษี

(ซึ่งตอนแรกลืมคิดถึงไปว่าต้องมีหักอีกนี่หว่า)

มันไม่โอเคเลยอ่ะ ไม่โอเคเลยจริงๆๆๆๆๆๆนะ

ลองมาคำนวณกับรายจ่ายที่พอทำงานแล้วก็ไม่ควรจะแบมือขอตังค์พ่อแม่อีก

ทำให้รู้สึก ไม่แฮปปี้เข้าไปใหญ่

เมื่อวานตอนแรกก็คิดว่า หรือว่าเราจะขอเงินเดือนมากกว่านี้ได้มั้ย

(รู้สึกว่าตัวเองโง่มากจริงๆ ก็นึกด่าตัวเองในใจอยู่แล้ว

ที่จบเกรดดี โรงเรียนดีอย่างนี้ ยังซื่อบื้อขนาดหนัก ไม่บอกเค้าไปแต่ตอนแรก)

มันเป็นสัมภาษณ์งานครั้งแรก ที่ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ

ปรึกษากับแฟน เค้าก็ว่า ถ้าคิดว่าไม่แฮปปี้ก็คงต้องบอก

แต่ก็มีใจนึงที่เค้าไม่อยากให้บอก...เหมือนกัน

เก็บไปคิดหนึ่งคืน ถึงจะอ้าปากบอกแม่

ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก จะบอกแม่ยังไม่รู้จะพูดไง

จะไปบอกเค้าก็ไม่กล้า ใจมันหวั่นๆ

แต่ก็รวบรวมความกล้าบอกแม่ อยากให้แม่ช่วยชี้ทางให้เรา

และอีกใจก็อยากให้แม่ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ซัพพอร์ตเราเป็นกำลังใจให้ด้วย

แต่ว่า เป็นการตัดสินใจพลาดที่ผิดมหันต์(ยิ่งซ้ำเติมความรู้สึกไปกว่าเดิม)

คำแรกที่แม่บอกคือ "สมน้ำหน้า"

แล้วก็ว่า เราทำอย่างนี้มันทำให้เราเสียคนไปเลยด้วย แล้วก็...ฯลฯ

...

...

รู้สึกเสียใจจริงๆที่บอกแม่

รู้สึกเสียใจจริงๆที่โง่ไม่บอกเค้าแต่แรก

รู้สึกเสียใจจริงๆที่พลั้งปากไปตอนแรก

รู้สึกเสียใจจริงๆที่ไปสัมภาษณ์

และ

รู้สึกเสียใจจริงๆที่เกิดมาเป็นคน ...ไม่สามารถทำตามสัญญาได้

ปล. คิดว่ายังไงเราก็คงต้องไปบอกเค้าวันจันทร์ว่าไม่รับงานนี้ และต้องขอโทษจริงๆ

ถึงยังไม่ได้เซ็นสัญญา แต่ก็ผิดคำพูดไปจริงๆ อันนี้รู้ดี แต่ว่าคงไม่ต้องการให้ใคร

มาบอกสิ่งที่เรารู้แล้ว และตอกย้ำความรู้สึกผิดหรอก

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อืมๆ
เมื่อวันก่อนผมก็ไปสมัครงาน
พาร์ททามไว้ด้วยครับแต่ยังไม่ได้รับการตอบรับเยย
#1  by  ♥_Master[Sc]_♥ At 2006-05-05 12:24, 
ใจเย็นนะคะ เอาใจช่วยค่ะ

ทุกอย่างย่อมมีทางออก

สู้ๆ ค่ะ
สู้ๆนะคะ
ไม่ต้องเสียใจไปหรอกค่ะ ถือซะว่าเป็นประสบการณ์
ครั้งแรก ก็ประหม่า ตื่นเต้นกันทุกคนนั่นแหละค่ะ
ขอให้พบทางออกที่ดีนะคะ

ตอบนิดนึง มันเป็นดอกไม้ริมทางจริงๆค่ะ
คิดว่าเป็นคงวัชพืชด้วยซ้ำไป
อืมๆ จากที่สัมภาษณ์มานะ... ขออย่างนี้มันอยู่ที่ตกลงกันนะ ถ้าไม่แฮปปี้ ทำไปยังไงก็ไม่สนุก ไม่ทำดีกว่า...

แล้วก็ในเรื่องขอธุรกิจ... ถอยตอนนี้ ดีกว่าทำแล้วไม่ชอบ แล้วให้เค้าเสียเวลาเทรน แล้วค่อยออกนะ อันนั้นจะสิ้นเปลืองทรัพยากรกว่าเยอะเลย

เอาใจช่วยให้หาทางออกได้สวยๆ นะค้า
#4  by  gRe@t At 2006-05-14 22:14, 
อย่าเสียใจไปเลย เราเคยปฏิเสธงานแรกเหมือนกัน แถมเป็นงานที่คุณแม่เพื่อนแนะนำให้ด้วย ไม่ต้องสนใจมากหรอกค่ะ เพราะเวลาเราทำงานและรับเงินเดือนก็ต้องขึ้นกับเรา ไม่ได้ขึ้นกับเขา อย่าเอาความเกรงใจมาตัดสินใจชีวิตเรานะคะ ไม่ดี ไม่ดี ไม่ต้องรู้สึกผิดด้วยค่ะ เรื่องธรรมดามาก และดีใจด้วยค่ะที่รู้ใจตัวเองทันก่อนที่จะเข้าไปทำแล้วอยู่ไม่ทน จนเขาถูกเขาเข้าใจผิดว่า เราเป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ
ปล. เพิ่งมาเม้นต์ หวังว่าตอนนี้คงได้งานแล้วนะคะ แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่ต้องรีบค่ะ งานแรกเลือกให้ดีๆ เพราะมีผลต่อประวัติการทำงาน อย่าให้คนอื่นมากดดันเราได้นะ แล้วสำหรับผิวเป็นขุยทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาว อาจเกิดจากดื่มน้ำน้อย ผอมไปหรือเปล่า หรือแพ้อะไรง่าย ยังไงก็บำรุงหน่อยนะคะ เดี๋ยวแก่เร็ว ไม่ดีนะ
#5  by  T-root At 2006-05-24 20:35, 

<< Home