ต่อจากentry มา!รู้จักเด็กนิติหลงทาง
ในตอนเช้าวันหนึ่งของช่วงนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว
เรากระโดดลงจากรถพ่อตรงประตูคณะนิเทศ-ครุ ตรงอุโมงค์
แล้วก็เดินขึ้นๆลงๆบันไดครุฯด้วยความไม่รู้
ก็เดินลงบันไดกลางที่พึ่งมารู้ทีหลังว่า
เค้าไม่ให้เดินเพราะเชื่อว่า เด็กป.ตรีที่เดินลงบันไดกลาง
ต้องถูกรีไทร์(นี่ก็เป็นเสน่ห์ของมหา'ลัยคือ
ความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้แต่ไม่ลบหลู่)
เดินอยู่อย่างนั้น จนตะวันเริ่มแผดแสงแรงกล้า
(สายแล้วน่ะเอง) เอเวง คิดในใจว่า
"คณะนิติ(มัน)อยู่ไหนวะ"
นั่นก็เป็นความประทับใจวันแรกของการพบคณะ
ได้รับความรู้อีกอย่างว่า ตลอดมาไม่เคยรู้เลย
ว่าคณะนิติฯเนี่ย มันเล็กกะทัดรัดมาก
และแทบจะทิ่มตาอยู่แล้วก็มองไม่เห็นกัน
ตอนนั้นคณะยังอยู่ที่ตึกเก่าฝังตัวหายไปในสามย่าน
แต่การเรียนส่วนใหญ่ก็เรียนที่ตึกใหม่
เราไม่ได้ไปรับน้องที่ม.เกษตรเพราะรู้ว่าติดแล้ว
จากในอินเตอร์เน็ต(รู้สึกเสียดายจริงๆ)
ทำให้ไม่ค่อยรู้จักกับพี่ๆที่คณะซักเท่าไหร่
แล้วนับวันก็ยิ่งห่างเหิน เพราะตอนปี1
ไม่ค่อยจะทำงานคณะ ไม่ใช่ว่าจะรีบกลับบ้าน
ไปอ่านหนังสือหรอกนะ ไม่ฟิตหรอก
แต่ไปหมกตัวอยู่ที่ชมรม ซึ่งชมรมนี่
ก็เป็นบ้านรับน้อง ตอนรับน้องใหญ่นั่นเอง
ชีวิตในตอนปี1 รู้สึกเฟรชแล้วก็มีกำลังใจมากว่า
เรามาเริ่มต้นใหม่ที่นี่ แล้วก็จะพยายามตั้งใจเรียน
เพราะเท่าที่ดูวันปฐมนิเทศของคณะ
คนที่จบไปก็ดูประสบความสำเร็จ บ้างร่ำรวย
บ้างมีชื่อเสียง บ้างมีเกียรติ น่านับถือ
ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าแต่ละคนเป็นใคร
และทำอะไร(ก็บอกแล้วว่า ไม่เคยรู้อะไรเลย
มาก่อน)
สายรหัสของเราก็ไม่ค่อยอยู่ติดคณะเท่าไหร่
เจอกันก็วันรับปริญญาของพี่บัณฑิตที่เจอครบสาย
แล้วก็ได้รู้จักประมวลกฎหมายที่พี่รหัสจะให้
เป็นป.แพ่ง-อาญา เล่มเล็กไว้พก
นอกจากนี้ก็ต้องซื้อ ประมวลเล่มกลาง(หรือใหญ่)
ไว้เรียนในห้อง ข้อดีของประมวลเล่มใหญ่ก็คือ
มีที่ให้จดข้างๆเยอะหน่อย เวลาอาจารย์
อธิบายคำศัพท์กฎหมายหรือมาตราใดก็จดๆไว้
ค้นหาสะดวก แต่ข้อเสียก็คือมันหนักมาก..ก...ก
เวลาแบกก็ไม่ได้มีประมวลเล่มเดียว
ยิ่งปีหนึ่ง มีเรียนกฎหมายอาญาภาค1 ซึ่งเป็น
เบื้องต้น หนังสืออาจารย์เกียรติขจร เล่มยักษ์
มากมากมากมากมาก มากจนรุ่นน้องเห็นแล้วตกใจ
ประมาณสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง 1 1/2 เล่ม
เล่มเล็กก็พกสะดวก แล้วก็ว่างๆก็หยิบขึ้นมาอ่าน
ทบทวนได้ อันนี้ก็เป็นวิธีการใช้อุปกรณ์การเรียน
เบื้องต้นที่ใช้ได้ตั้งแต่ปี1 ยันไปทำงานกันเลย
จำได้ว่าปฐมนิเทศ อาจารย์จรัญ(เลขาฯศาลฎีกา)
มาพูดด้วย รู้สึกประทับใจในspeechของอาจารย์มาก
ให้แรงบันดาลใจให้เรา ตั้งใจเรียน ช่วยเหลือกันเรียน
การทำกิจกรรมไปพร้อมกันการเรียน
แล้วก็ให้วิญญาณของนักนิติศาสตร์ที่รักความยุติธรรม
มาคิดๆดู วันนั้นทำให้เราทุ่มเทเวลา 4 ปี
ในการค้นหาว่าสิ่งที่เรารักที่จะทำทั้งกิจกรรม
และการเรียนว่าจะเรียนไปทางไหน เรียนอะไร
มองอนาคตค้นหาว่าอยากทำอาชีพอะไรต่อไป
ทำให้เราค้นพบตัวตนของเราได้ในที่สุด
ปี 1 ก็จบลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่สนุกกับ
การรับน้อง ห้องเชียร์(อันนี้เป็นความทรงจำที่มีน้ำตาด้วย)
ชมรมเชียร์และแปรอักษร(ใครว่าเป็นแผนกของอบจ.
ฉันก็ไม่สน ฉันจะเรียกชมรม ใครจะทำไม)
การพบเพื่อนใหม่ ละทิ้งกลุ่มเพื่อนเทียม และ
โอกาสได้พบเพื่อนแท้
ปี 1 ก็จบลง พร้อมกับ A เต็มเลย
(เกรดออกช้ามาก A ออกมาก่อน 3 ตัว
ตัวหลังๆปี2 เทอม2 ถึงจะออก ดันไม่ A แหะ
แผนล่อเรานี่หว่า ทำให้ซิ่วไม่ทัน)


